เพียงความรู้สึก

posted on 15 Oct 2012 14:57 by sainamsailom2007
 
เขาทอดสมอตัวเองไว้ด้วยคาปูชิโน่ร้อนกับหนังสือเล่มโปรด 
 
ขณะลีลาของสายลมยามเช้ายังคงอ่อนโยน
 
เกี้ยวพาไออุ่นกรุ่นกลิ่นละมุนแห่งความคิดถึง 
 
ณ ห้วงทรงจำ 
 
เพียงความรู้สึกเท่านั้น...
 
มันคือความรู้สึกที่ไม่เคยเปียกแดดฝน 
 
ความรู้สึกที่ไม่เลือกฤดูกาล
 
 
 
 

ลมปากของปากกา

posted on 24 Sep 2012 13:34 by sainamsailom2007
 
 
จุมพิตแรก...
 
สัมผัสกลิ่นน้ำหมึกประพรมลงบนผืนแก้มกระดาษด้วยอารมณ์รัก
 
หากแต่แสงสว่างจากดวงหน้าหลอดไฟธรรมชาติสาดส่องพอดิบดี
 
คงอีกนานสำหรับฤดูเพาะปลูกและฤดูเก็บเกี่ยว
 
มันคงอีกนานสำหรับลมปากของปากกาจะสิ้นใจ
 
เพียงจุมพิตแรก...

กาแฟทำให้ผมตื่นเช้า

posted on 21 Sep 2012 07:28 by sainamsailom2007
 
ลมเช้าลืมตา ก่อนล้างหน้าด้วยอายแดดอันเคยคุ้น
 
คล้ายๆ ความหมายของรุ่งอรุณจะเพียงห้วงกาละที่เทศะไม่คล้อยตาม
 
หากแต่นิยามของกาแฟเพียงสัญญะมากกว่าสัจจะแห่งความขมปร่าในแววตา
 
สัตย์แห่งกาแฟ...จึงทำให้ผมตื่นเช้า...เพื่อมากินกาแฟ
 
 
 
เมื่อเช้านี้...
 
ฉันผูกเชือกรองเท้าให้ตัวหนังสือของฉัน
 
พลันพบว่ารองเท้าคู่เดิมของเขาเริ่มหม่นมอม 
 
ฉันหลับตา...
 
ก่อนสัญญากับเขา หลังกลับมาจากการเดินทางครานี้
 
ฉันจะหารองเท้าคู่ใหม่มาเปลี่ยนให้เขา
 
คล้ายเขารับรู้...
 
ก่อนออกเดินทาง เขาเพียงทิ้งรอยยิ้มแทนรอยเท้า
 
กรุ่นกลิ่นกาแฟยามเช้าละมุน  
 
ความเหงาเกี้ยวพาเพียงครู่
 
ก่อนล่องลอยจากไป 
 

ปิดปากความทรงจำด้วยการลืม

posted on 13 Oct 2011 13:01 by sainamsailom2007
 
ขณะเวลาเอี้ยวซ้ายเอียงขวาแลบลิ้นอยู่ที่ฝาผนัง (ที่เมื่อก่อนเคยเป็นที่อยู่ของเฮนดริกนั่งมองกีตาร์จมไฟ)
 
ภาพทับซ้อนลอยเค้วง อันเป็นภาพเรื่องราวของวันวาน ดูไปดูมาก็คล้ายก้อนเมฆอพยพ
 
ผมไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกไหม 
 
บางครั้งการนอนนั่งอ่านหนังสือ คิดถึงบทกวีของเพื่อนขับลำนำผ่านค่ำคืนอันอบอวลด้วยมิตรภาพ
 
ผมไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกไหม 
 
เด็กน้อยยื่นรอยยิ้ม รอลูกอมสีหวาน (ผมหมายความถึงความรัก) จากใครบางคน
 
ผมไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกไหม 
 
กาแฟในแก้วพร่องไปนานแล้ว พอๆ กับการจากไปของเธอเมื่อเช้านี้
 
ผมไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกไหม 
 
โลกใบเดิมเล็กลงหรือกว้างขึ้น 
 
ผมไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกไหม 
 
ใบไม้ร่วงผลิ ฤดูกาลแปรเปลี่ยน 
 
ตราบลมหายใจยังชอบใจกับการเดินทาง
 
ผมไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกไหม 
 

เช้าชื่นของความรัก

posted on 29 Aug 2011 14:58 by sainamsailom2007
 
 
 
วันนี้ฉันตื่นนอนขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มหม่นๆ ของภาพวาดของฉันเมื่อคืน 

เหมือนความเศร้าสีไวโอลินขับร้องทำนองร้อนรน 

คล้ายฉันพร่ามัว
 
ขณะสายลมยังคงทักทายโมบายกระถางกล้วยไม้ริมระเบียงห้อง 

เช่นเคย 

ความเป็นฉันเลือกที่จะยืนมอง รับรู้ฤดูกาล รับรู้ความเป็นไป 

นิ้วก้อยแห่งเวลาอาจไกลเกินเอื้อมสำหรับฉัน 

แม้อยากสัมผัส 

แม้อยากรับรู้ 

แม้อยากยื่นยิ้ม 


ปล. ขณะซึมซับ Lucky ของ Jason Mraz พร้อมกับขบกาแฟและชีวิตขมๆ ha-ha

แดดยามสายกับสายลมหลังฝนพรำ

posted on 03 Jun 2011 10:00 by sainamsailom2007 in ETC
 
 
 
เหมือนภาพวาดของจิตรกรเอกผู้ลุ่มหลงในธรรมชาติของธรรมชาติถูกขึงไว้
 
ที่ปลายขอบฟ้านั่น
 
หรือบางทีในสายตาเด็กน้อยยุคเฟรมผ้าใบผืนดินกับพู่กันกิ่งไม้
 
อาจดูธรรมดาเกินไปที่ได้เห็น
 
เมื่ออาวุธของศิลปินไม่ได้ถูกจำกัดแค่เพียงพู่กันหรือปากกา
 
หากแต่มันยังคงซอกซอนลึกเร้นในจิตใจ
 
จึงไม่แปลกที่นักศึกษาคนหนึ่งเลือกที่จะวาดรูปพ่อของตัวเองส่งอาจารย์
 
แทนที่จะวาดรูปฮีโร่แบบเพื่อนๆ
 
เขาชายหนุ่มผู้ชอบมองท้องฟ้า

เวลานี้ฟ้าเปียกฝน ผืนดินก็เช่นกัน
 
ขณะเขาอยากเล่าภาพตรงหน้าให้พ่อฟังเหลือเกิน
 
เขาอยากจะถามพ่อว่าฟ้ากับดินรักกันได้ไหม
 
และหลังแดดยามสายปรากฏ
 
เขาพบเพียงถ้อยคำถามของตัวเองล่องลอยไปกับสายลมหลังฝนพรำ
 
มาถึงตอนนี้ จิตรกรเอก เด็กน้อยยุคเฟรมผ้าใบผืนดินกับพู่กันกิ่งไม้
 
อาจไม่มีความหมายอะไรเลย หากภาพที่พวกเขาเห็นไม่มีอยู่จริง
 
จินตนาการเกิดจากความจริงใช่ไหม? เขาไม่รู้
 
หรือความจริงเกิดจากจินตนาการ?
 
 
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=mee-blog&month=05-2009&date=14&group=5&gblog=2

ฝนหลงฤดู

posted on 15 Dec 2010 09:03 by sainamsailom2007
 
 
 
เมื่อเช้านี้ฟ้าเปลี่ยนสีเพราะฝนพรำ
 
ฉันเฝ้ามอง
 
ละอองฝนต้องลมกระทบพุ่มสาวน้อยประแป้งหลังถ้วยกาแฟใบโปรด
 
ฝนสุดท้ายของฤดู
 
ฉันรำพึง
 
ขณะความหนาวเหน็บอย่างเมื่อวานหายไปไหนไม่รู้
 
"หนาวแล้วนะ"
 
เสียงของใครบางคนแว่วลอยมา
 
ฉันละสายตาจากพุ่มสาวน้อยประแป้ง
 
"รักษาสุขภาพด้วยล่ะ"
 
ไออุ่นของกาแฟจางหายไปกับความคิดคำนึง
 
ฝนหลงฤดูค่อยๆ ซาลง
 
หลงเหลือเพียงหยดน้ำฝนที่ค้างบนใบสาวน้อยประแป้ง
 
และอีกไม่นานแสงแดดคงจะทำให้มันหายไป
 
 
 
 
 
 
 
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=64&t=50254&start=1935
 
 
 
 

ความทรงจำชั่ววูบ

posted on 14 Oct 2010 09:12 by sainamsailom2007
 
 
เธอถอดรองเท้าทิ้งไว้ในสวนดอกไม้ที่ฉันไม่เคยเห็น

เท้าอันบอบบางของเธอเปลือยเปล่าราวภาชนะที่ไร้ซึ่งความมีอยู่

บนผืนดินแห่งทรงจำระหว่างเราที่เธอเคยเหยียบย่ำ บัดนี้ไม่มีแล้ว
 
ดอกไม้ บทกวี  บทเพลงของเธอ ก็เช่นกัน

เมื่อความหมายของลมหายใจคือรอยยิ้มละไมของผู้ครอบครอง

แววตาของผู้ล่าเดียงสาหรือจะข่มขวัญสร้างความกลัวได้แนบเนียน

ตราบดอกไม้ยังมีอ้อมกอดและรอยยิ้มจากภู่ผึ้งและน้ำค้างยามเช้า
 
จะเป็นไรไปหากฉันยังมีเธออยู่ในทรงจำ
 
แม้จะเป็นเพียงความทรงจำชั่ววูบก็ตาม
 
 

ผัน เตาปูน

posted on 11 Oct 2010 09:21 by sainamsailom2007


“พี่ รอผมแป๊บนึงนะ ผมจะไปเอาตังค์มาจ่ายให้” 

ทุกครั้งที่ประโยคนี้หลุดออกจากปากของ ผัน เตาปูน

นั่นหมายถึงวันนี้จะต้องมีคนขับแท็กซี่คนใดคนหนึ่งถูกหลอกแน่นอน

ซอยโรงปูนวันนี้ดูเงียบผิดปกติ ผัน เตาปูน รู้สึกถึงความผิดแปลก

“ผู้คนมันไปไหนกันหมดว่ะ”

“หมาซักตัวก็ไม่มีให้กูเตะ” ผันสบถ ก่อนจะถ่มน้ำลายเพราะแมงเม่าบินเข้าปาก

“ไอ้ห่าแมง...ถุย”

ผัน เตาปูน ทำงานรับจ้างรายวันอยู่แถวดินแดง งานขัดพื้นปาเก้

คืองานที่เขาทำมาเกินสิบปีแล้ว

ถ้าพูดถึงฝีมือแล้ว หากมีการจัดอันดับเหมือนกับนักกีฬาอาชีพ

ผัน เตาปูน คงอยู่อันดับต้นๆ ของช่างขัดพื้นปาเก้ 

แม้แต่ฝีมือการปูปาเก้ก็หายากหากจะมีใครมาแข่งกับ ผัน เตาปูน 

บ้านนายกรัฐมนตรีหลายคนล้วนแล้วแต่ผ่านมือผ่านตีน ผัน เตาปูน มาหมดแล้ว 

ไม่ว่าลูกค้า ผู้ว่าจ้างจะต้องการลายไหน ก้างปลา 2หรือ 3 ลายยกดอก

ลายหมากรุก ผัน เตาปูนทำได้ทุกอย่าง ด้วยเป็นอาชีพที่ทำมานาน

เรียกได้ว่าแทบจะแบกความชำนาญอย่างเบาหวิว ด้วยความชำนาญของ

ผัน เตาปูน จึงยากนักจะหาใครมาเทียบทาน ผันเป็นคนเตี้ย เกือบอ้วน

เป็นคนอารมณ์ดี แต่ในบางครั้งก็ตรงข้าม ผัน ชอบกินเหล้า

แต่ผันก็ตื่นไปทำงานแต่เช้า  ผัน เตาปูน รู้จักกับนักการเมืองและคนสำคัญของประเทศหลายคน

นั่นไม่ใช่เพราะการติดตามข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือตามวิทยุโทรทัศน์

แต่ด้วยอาชีพที่เขาทำ แต่ถึงแม้ว่า ผัน เตาปูน

จะได้ชื่อว่าเป็นคนที่มีความชำนาญด้านงานปูปาเก้ ขัดปาเก้

แต่ ผัน เตาปูน ก็ยังอาศัยอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ ที่นอน ที่กิน

ที่หยอกเอินกับเมีย เป็นที่เดียวกัน

พูดถึงห้องน้ำหากวันไหนปวดหนักล่ะก็...

เป็นอันว่าห้องข้างๆ รับรู้กันถ้วนหน้า  

“ไง ผัน กลับดึกนะวันนี้” 

“พอดี มีประชุม” 

“แล้วมาจากไหนกันล่ะ”

“ไปดูหน้าขโมยมา”

ผันเปิดบทสนทนาสนทนากับลุงสมคนขายของชำในหมู่บ้าน

ผันเดินมาถึงหน้าศาลหัวมุมของซอย ก่อนจะยกมือไหว้

แล้วลูบหัวที่มีผมอันน้อยนิดของตัวเอง

“ไหว เปิดประตูหน่อย”

“เดี๋ยว”

ไม่นานนักประตูไม้ที่ปะแล้วปะอีกก็ถูกเปิด พร้อมกับ เมียแสนสวยของเขา

“มีอะไรกินบ้างนี่”

“แล้วเขาประชุมอะไรกันล่ะ”

“ฉันจะไปรู้ได้อย่างไรล่ะ ไม่ใช่คณะกรรมการ”

“เออ ฉันรู้อยู่ อย่างเธอ กรรมกรพอได้อยู่”

ผัน เตาปูน หัวเราะ ก่อนจะบรรจงม้วนตำลึงลวกจิ้มน้ำพริกปลาทู

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.thisnext.com/show/item-images/4ED6E3F1/8AE5BC88/