1.
เธอเป็นหญิงสาวผู้ชื่นชอบทะเลเป็นชีวิตจิตใจ
ส่วนเขาเป็นชายหนุ่มผู้ไม่เคยเห็นทะเลเลยในชีวิต
เอาเป็นว่าให้หญิงสาวทักชายหนุ่มก่อนละกัน
ไม่ดีกว่า ให้ชายหนุ่มหลงทางแล้วไปถามทางหญิงสาว
ฉากขอเป็นเกาะช้าง ช่วงมรสุมเข้ากะทันหัน
ชายหนุ่ม นักศึกษาเอกการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดมหาสารคาม
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการสอบ ชายหนุ่มออกจากห้องสอบเป็นคนแรก
ไม่มีการเดินไปเจอหญิงสาว ไม่มีการเดินคนเดียวผ่านหน้ามหาวิทยาลัย ประตูเมือง สะพาน หรือแม้แต่ศาลพระภูมิ
เขาเดินไปที่รถก่อนจะเปิดประตูขับออกไปอย่างรีบร้อน
ไม่ถึงสามนาที รถมินิสปอร์ตก็จอดอยู่ที่โรงรถ ก่อนที่เขาจะรีบร้อนเดินไปที่ลิฟต์กดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 5 อันเป็นห้องพักของเขา
เป้สัมภาระถูกเตรียมไว้ตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้ว เขาเพียงแต่เขาอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และแบกมันขึ้นหลังไปเท่านั้น
ไม่นานมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็พาเขามายังสถานีขนส่ง เสียงแม่ค้า เสียงเด็กรถ เสียงคนคุยโทรศัพท์ เสียงเครื่องยนต์ เสียงด่าทอ
เสียงประกาศ เสียงนั้นดังอยู่นานก่อนจะเงียบลงเมื่อเขาก้าวขึ้นรถปลายทางของเขาคือเกาะช้าง
ด้วยความที่เป็นคนไม่ชอบสุงสิงกับใคร ชอบทำตัวโดดเดี่ยว เขาจึงต้องมีบางอย่างไว้เป็นเพื่อน
นั่นก็คือเครื่องเล่นเพลงแบบพกพา เขาใช้มันหยุดความเงียบรอบข้าง เขาไม่ใช่คนที่ชอบหลับเวลาเดินทาง
เพราะเขากลัวการหลงทาง เขาคิดว่าอย่างน้อยการเดินทางของเขาก็น่าจะได้อะไรบ้างระหว่างการพบเห็นตามรายทาง
แน่นอนอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ก็คือหนังสือ เขาพกหนังสือติดตัวเสมอ เขาบ้าอ่านหนังสือ บ้าฟังเพลง บ้าดูหนัง
แต่เขาไม่ใช่คนบ้าแบบไม่รู้ความหมายของลมหายใจ หรือคนบ้าแบบชอบยิ้มไม่รู้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นอย่างไร
เพราะมันเป็นครั้งแรกที่เขาเดินทางคนเดียว ปกติแล้วแม้ว่าเขาจะไม่ชอบสุงสิงกับใคร หรือขี้ร้อนไม่ชอบใกล้ใคร
แต่เขาก็ไม่เคยเดินทางคนเดียวเหมือนครั้งนี้ อย่างน้อยเขาจะมีเพื่อนกินไปด้วยเสมอ แล้วเขาก็หยิบรูปใบหนึ่งขึ้นมา
เป็นรูปหญิงสาวในชุดนักศึกษา กำลังชูมือสองนิ้วสู้ตาย ยิ้มอย่างเข้าใจความสุข เขาไม่รีรอที่จะอมยิ้มตอบคนเดียว
มันเป็นจุดหมายของเขา เขามาถึงสะพานปลาก็เกือบค่ำ นั่งเรือต่อไปยังเกาะอีก 30 นาที ก่อนจะหลับอย่างมีความสุขเอกเขนกอยู่เคียงข้าง
พระอาทิตย์จมน้ำไปนานแล้ว เขายังคงนิ่งอยู่บนที่นอนบังกะโล ก่อนเสียงโทรศัพท์จะดังขึ้น
“สวัสดีครับ”
“เขาเอง ตัวเองมาถึงยัง”
“ยังไม่ถึงไหนเลย เขาว่าจะออกเช้าๆ ไปถึงนั่นก็คงมืดพอดี”
“โอเค เขาว่าจะบอกว่าวันนี้เขาไม่ว่าง พรุ่งนี้เจอกันละกัน ขับรถดีๆ ด้วย”
เขาเริ่มครุ่นคิด ขณะเวลาเดินผ่านหน้าเขาไปแล้วไปเล่า จนความเงียบเริ่มส่งเสียงดังขึ้น
ขณะเสียงคลื่นลมทะเลยังกลั่นแกล้งมันอยู่อย่างนั้น แต่ความเงียบก็คือความเงียบโลกของความเป็นจริงยังคงลึกลับซับซ้อน
แต่ก็เทียบไม่ได้กับโลกส่วนตัวของเขาที่ดูจะเหมือนถูกมายาทับซ้อนเสียมากกว่า เขาลุกอาบน้ำ
ก่อนจะพาตัวเองออกมารับบรรยากาศใหม่ๆ ที่ไม่ค่อยคุ้นสักเท่าไหร่กางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดรูปฮีโร่ยุคปรัชญารุ่งเรืองตัวเก่ง
ยังคงเป็นชุดลำลองตัวเก่งของเขา“ทะเลสีดำ ทำให้ฉันกลัว...” บทเพลงนี้เขาถึงกับหยุดชะงัก ก่อนจะมองออกไปจนสุดสายตา
ความกว้างใหญ่แห่งผืนน้ำ การส่งเสียงดังของบรรดาคลื่น เขาเริ่มรู้สึกว่าโลกกลมๆ ใบนี้ยังมีอะไรที่ทำให้เขาอัศจรรย์ใจ
อย่างยิ่งการได้รู้จักกับทะเลเป็นครั้งแรก อาจจะเป็นมุดหมายอันดีสำหรับครั้งต่อไป
“ร่างกายต้องการทะเล หัวใจต้องการมีเธอ ....”
เสียงเพลงดังลอยมาจากร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งกักเก็บหญิงสาวผู้ชื่นชอบทะเลเป็นชีวิตจิตใจ
2.
ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเดินมาไกลเหลือเกิน แม้จะเดินทางมาไกลเพียงใด
แต่เขาก็รู้ดีว่าเสียงคลื่นทะเลไม่เคยขาดหายไปเลย
“คลื่นลมไม่ฮาไม่เฮ ถ้าทะเลไม่มีเธอ ...”
เสียงเพลงเริ่มดังชัดขึ้นเรื่อยๆ ขณะชายหนุ่มตัดสินใจที่จะเดินไปยังต้นเสียงนั้นไม่นาน เขาก็มาถึงร้าน I SEA U
เขาถึงกับทึ่งในความคิดของคนตั้งชื่อร้านก่อนจะสั่งเบียร์เย็นๆ กับบริกรภายในร้าน เขาเลือกที่จะนั่งอยู่มุมซ้ายของร้าน
ด้วยเหตุผลที่ว่าจะได้มองหน้าทะเลชัดๆ เบียร์ขวดที่สามทำหน้าที่ของมันอย่างสัตย์ซื่อ มิต่างเขา
ชายหนุ่มผู้พึ่งได้เห็นทะเลเป็นครั้งแรกในชีวิตแต่แล้วเหตุผลที่ว่านั่งตรงมุมซ้ายของร้านจะได้มองหน้าทะเลชัดๆ
ก็ตกไป เมื่อภาพตรงหน้าเป็นภาพหญิงสาวผู้ที่ทำให้เขาต้องมาที่นี่ การจะเซอร์ไพรซ์แฟนสาวของชายหนุ่มดูเหมือนว่า
จะถูกเซอร์ไพรซ์ซะเองเสียมากกว่าฟ้ามากับหนุ่มอีกคนที่ดูจะสนิทสนมกันเป็นพิเศษก่อนทั้งคู่จะนั่งลงที่โต๊ะ
ตรงข้ามกับโต๊ะของชายหนุ่ม แต่ด้วยแสงไฟจึงทำให้ทั้งสองมองไม่เห็นชายหนุ่ม แต่ชายหนุ่มกลับเห็นพวกเขา
ทั้งสองอย่างชัดเจนขวดเบียร์หลายขวดกองอยู่บนโต๊ะของชายหนุ่ม จนกล่องกระดาษทิชชู่จำต้องย้ายไป
อยู่บนเก้าอี้อีกตัวที่ติดกับเก้าอี้ที่ชายหนุ่มนั่งนับเป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มเมาอย่างไม่รู้เสือรู้ปลาอย่าพูดถึงสัมปชัญญะเลย
เขาถอดมันออกตั้งแต่เบียร์ขวดแรกแล้วแล้วดีกรีก็สยบชายหนุ่มลงได้เมื่อเวลาประมาณตีหนึ่งกว่าๆ
ชายหนุ่มเมาฟุบลงบนโต๊ะจนกระทั่งเช้า ร้าน I SEA U ยังคงเงียบอยู่ ก่อนชายหนุ่มจะเริ่มรู้สึกตัว เรียกสติกลับคืนมาอีกครั้ง
“นี่เราหลับไปได้ไงว่ะ แม่งยุงเยอะชิบ”
ชายหนุ่มบ่นพึมพำ ในใจกลับคิดถึงหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อคืน
“ใช่ยุงเยอะ และคนอย่างคุณก็เยอะเหมือนกัน” เสียงนั้นใสพอที่ชายหนุ่มจะประมาณได้ว่าคือเสียงหญิงสาว ไม่ใช่หญิงแก่แน่นอน
“หมายความว่าไง” ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัย ก่อนจะมองไปยังที่มาของเสียง
“ก็หมายความว่า คนป่วยอย่างคุณมีมากพอที่จะทำให้ยุงบนเกาะนี้อิ่มยังไงล่ะ” หญิงสาวกล่าวขณะปัดกวาดทำความสะอาดร้าน
“แล้วคุณรู้ได้ไงว่าผมป่วย” ชายหนุ่มถามอย่างงงๆ
“นี่คุณไม่รู้ตัวจริงๆ เหรอ ก็คุณเล่นร้องห่มร้องไห้รำพึงรำพันเสียขนาดนั้น” หญิงสาวอธิบาย
“พูดเป็นเล่นน่าคุณ” ชายหนุ่มเริ่มแก้เขินด้วยการยิ้ม
“คุณไม่เชื่อก็ตามใจคุณ” แล้วหญิงสาวก็เดินลับหายไปหลังห้องครัวชายหนุ่มเริ่มปะติดปะต่อเหตุการณ์เมื่อคืนวาน
ก่อนจะลุกขึ้นเดินตามหญิงสาวไปยังห้องครัว แต่ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะเดินไปถึง
หญิงสาวก็กลับมาพร้อมกับข้าวต้มทะเลร้อนๆ เมนูเด็ดของร้าน
“เอ้านี่กินก่อน เดี๋ยวจะไปเอาน้ำมาให้” หญิงสาวยื่นถ้วยข้าวต้มทะเลให้ชายหนุ่ม
“ขอบคุณครับ” เหมือนกับเหตุการณ์หลังฝนตกยังไงยังงั้น ถ้านึกภาพไม่ออก ก็ถ้าเคยอ่านเรื่อง ทะเลสีรุ้ง ของ ศรีบุญเศษ มาตรชัย
นักเขียนที่ราบสูงแล้ว จะพบว่าฉากที่รุ้งวลียืนร้องไห้กลางสายฝนนั้น ก็เหมือนกับชายหนุ่มกำลังร่ำเมรัยอย่างลำพัง
ก่อนที่รุ้งวลีจะยิ้มได้เมื่อฝนหยุดตก และปรากฏรุ้งงามตรงหน้า
หากความหมายของการมีชีวิตคือการใช้ชีวิตอย่างใส่ใจ ทั้งชายหนุ่มและรุ้งวลีในทะเลสีรุ้งคงเข้าใจชีวิตมากขึ้น
“นี่น้ำ เดี๋ยวก็ติดคอตายซะหรอก เมื่อวานก็พึงเผาไป ข้าวต้มติดคอตาย ฉันล้อเล่น 555+”
หญิงสาวยื่นน้ำให้ชายหนุ่ม ก่อนจะพูดหยอกล้อตามนิสัยของเธอ
“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณ
“แล้วนี่คุณมาทำอะไรที่นี่ล่ะ” หญิงสาวถาม
“มาหาแฟน” ชายหนุ่มตอบ
“แล้วเจอยังล่ะ” หญิงสาวเริ่มซักไซ้
“เจอแล้ว” ชายหนุ่มอมยิ้ม
“ไหนล่ะแฟนคุณ” หญิงสาวถามต่อ
“นี่ไง” ชายหนุ่มยื่นถาดอะลูมิเนียมให้กับหญิงสาว
“อะนะ คุณนี่ร้ายกาจเหมือนกันนะนี่” หญิงสาวรู้ทัน ก่อนจะอมยิ้มขจัดความเหนียม
“แล้วคุณชื่อไรครับ” ชายหนุ่มถามหญิงสาวที่ขณะนี้แก้มยังแดงอยู่
“ซี” หญิงสาวตอบ
“ซีทะเลเหรอ” ชายหนุ่มสงสัย
“ซีท้องฟ้ามั้ง” หญิงสาวยอกย้อน
“อืม...นะ” ชายหนุ่ม ทำท่าคารวะแบบจอมยุทธ์ ก่อนจะบอกชื่อตัวเอง
“ผมคลองครับ”
“คุณชื่อคลองหรอ” หญิงสาวแสดงอาการตกใจนิดหน่อย
“เปล่า...ผมล้อเล่น ให้ตายเถอะ”
“ผมชื่อตะวันครับ”
“ซัน” หญิงสาวเรียก“ครับ”
3.
แล้วทั้งสองก็ได้รู้จักกันระหว่างหญิงสาวผู้ชื่นชอบทะเลเป็นชีวิตจิตใจกับเขา
ชายหนุ่มผู้ไม่เคยเห็นทะเลเลยในชีวิตชายหนุ่มกลับมาถึงห้องพักตอนสามโมงเช้า ก่อนจะรีบอาบน้ำแต่งตัว
“ร่างกายต้องการทะเล หัวใจต้องการมีเธอ....”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น“สวัสดีครับ” “ตัวเองถึงไหนแล้ว ขับรถดีดีด้วยนะ”
“ครับ”
ชายหนุ่มยืนจ้องหน้าตัวเองอยู่หน้ากระจกเป็นเวลานาน ก่อนจะปิดประตูเดินไปยังเคาน์เตอร์เพื่อฝากกุญแจห้อง
ลมทะเลยังเล่นล้อกับน้ำทะเลอย่างนั้น บางอย่างยังทำหน้าที่ของมันต่อไป แต่เขาชายหนุ่ม
กลับยังไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรแน่นอน เขากำลังสับสนกับบางอย่างในชีวิต
เขามีความสุขกับรอยยิ้มของหญิงสาวซีกับข้าวต้มทะเลของเจ้าหล่อน และความขี้เล่นของเธอเขาหน่ายกับ
อาการตอแหลของหญิงสาวที่เขาไม่เคยไม่คิดถึงเอาเป็นว่า ฉากยังเป็นเกาะช้าง แต่ขอตัดช่วงมรสุมเข้ากะทันหันออกแล้วกัน
ชายหนุ่มเดินกลับไปยังเคาน์เตอร์ ก่อนจะขอกุญแจห้อง
ก่อนจะแกเป้มุ่งหน้าไปยัง I SEA U
ชายหนุ่มมอบดอกกุหลาบให้กับซีหญิงสาวผู้ชื่นชอบทะเลเป็นชีวิตจิตใจ
ก่อนจะลากลับในเวลาต่อมา
“ขอบคุณสำหรับทุกๆ อย่างครับ โดยเฉพาะมิตรภาพ ขอบคุณครับ”
“ขอบคุณสำหรับดอกไม้ค่ะ สวยมากค่ะ”
...........................................